TONNAN-ติดตั้งแก๊ส NGV LPG E85ศูนย์บริการ ตรวจ ติดตั้ง ระบบแก๊ส LPG - NGV รถยนต์ และ รถบรรทุก จังหวัดตาก
ติดตั้ง แก๊ส LPG NGV E85

ความปลอดภัย

catsss

ความปลอดภัยของถังบรรจุก๊าซธรรมชาติ

ก๊าซธรรมชาติอัดความดันสูงจะมีสถานะเป็นก๊าซเสมอ ซึ่งปลอดภัยกว่าเชื้อเพลิงที่อยู่ในรูปของเหลว เช่น น้ำมันเบนซิน และดีเซล ด้วยหลายๆ เหตุผล ดังนี้

• หากเกิดการรั่วไหลก๊าซจะกระจายตัวไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ของเหลวจะรวมตัวกันอยู่ในบริเวณนั้นทำให้เสี่ยงต่อการเกิดไฟลุกไหม้

• ก๊าซธรรมชาติอัดความดันสูงมีอุณหภูมิการสันดาป (การลุกไหม้ด้วยตัวเอง) สูงกว่าเชื้อเพลิงแบบเหลว (ที่ 580 DegC ซึ่งน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 220 DegC ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงในการลุกไหม้น้อยกว่าแม้กระทั่งในกรณีที่เกิดการรั่วไหล

• ก๊าซธรรมชาติอัดความดันสูงมีช่วงในการติดไฟแคบมาก การจุดระเบิดเมื่อต้องผสมกับอากาศในอัตราส่วนถึง 5-15% (ในขณะที่น้ำมันเบนซิน อยู่ระหว่าง 1-8% เท่านั่น)

• ก๊าซธรรมชาติไม่เป็นพิษหรือกัดกร่อนและไม่มีน้ำตกตะกอนอยู่ด้านล่างอย่างเชื้อเพลิงแบบของเหลว

• ก๊าซธรรมชาติเมื่อสันดาปแล้วจะไม่เกิดก๊าซพิษไม่เป็นพิษกับอากาศ ซึ่งมีในรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงอื่นๆ จะมีก๊าซพิษมากกว่า NGV มาก

• ถังบรรจุก๊าซทั้งที่รถยนต์และที่สถานีเติมก๊าซ ทำจากวัสดุที่แข็งแรงมากและป้องกันโดยชุดวาล์วป้องกันแรงดันเกินและอุปกรณ์อื่นๆ

• การออกแบบถังบรรจุก๊าซผ่านการทดสอบในสภาวะต่างๆ เช่น การเผาไหม้ มีตะกั่วหลอมละลายที่อุณหภูมิ 110 DegC การกัดกร่อน การทำลายทางกล และอื่นๆ อีกมาก

• ในขั้นตอนการเติมก๊าซด้วยปั้มจ่ายมีความปลอดภัยสูงด้วยเช่นกัน เพราะจะมีการป้องการรั่ว และการล้นของก๊าซตลอดเวลา

คุณสมบัติของก๊าซธรรมชาติโดยทั่วไป มีดังนี้

• เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ประกอบด้วยก๊าซมีเทนเป็นหลัก
• ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ปราศจากพิษ (ส่วนมากกลิ่นที่เราคุ้นเคยจากก๊าซธรรมชาติเป็นผลมาจากการเติมสารเคมีบางประเภทลงไป เพื่อให้ผู้ใช้รู้ได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ก๊าซรั่ว)
• เบากว่าอากาศ (ความถ่วงจำเพาะ 0.5-0.8 เท่าของอากาศ)
• ติดไฟได้ โดยมีช่วงของการติดไฟที่ 5-15% ของปริมาตรในอากาศ และอุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เองคือ 650 องศาเซลเซียส

คุณประโยชน์ของก๊าซธรรมชาติ

• เป็นเชื้อเพลิงปิโตรเลียมที่นำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง มีการเผาไหม้สมบูรณ์
• ลดการสร้างก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน
• มีความปลอดภัยสูงในการใช้งาน เนื่องจากเบากว่าอากาศ จึงลอยขึ้นเมื่อเกิดการรั่ว
• มีราคาถูกกว่าเชื้อเพลิงปิโตรเลียมอื่นๆ เช่น น้ำมัน น้ำมันเตา และก๊าซปิโตรเลียมเหลว
• สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ช่วยขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
• ก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่ที่ใช้ในประเทศไทยผลิตได้เองจากแหล่งในประเทศ จึงช่วยลดการนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงอื่นๆ และประหยัดเงินตราต่างประเทศได้มาก

คุณสมบัติของก๊าซธรรมชาติเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงชนิดอื่น

safety_1

           **  ขีดจำกัดการติดไฟ (Flammability limit) เป็นขอบเขตการเผาไหม้ที่ต้องมีสัดส่วนของ ไอเชื้อเพลิงในอากาศที่จะลุกไหม้ได้เมื่อมีประกายไฟ หรือมีความร้อนสูงถึงอุณหภูมิติดไฟ

          จากคุณสมบัติข้างต้น ทำให้เห็นได้ว่า NGV เป็นก๊าซที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ และเพื่อความมั่นใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของถัง NGV ซึ่งไม่ต้องกลัวว่า ถังจะระเบิด ทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกับกรมทหารม้าที่ 5 จังหวัดสระบุรี ทำการทดสอบถัง NGV ขนาด 70 ลิตร น้ำ ณ สนามยิงปืนยานเกราะสัมพันธ์ จำนวน 4 รูปแบบ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

1. ทดสอบความดัน

ทดสอบเพื่อแสดงว่าถัง NGV สามารถทนความดันได้อย่างต่ำ 2.25 เท่าของความดันใช้งานคือ 450 บาร์

safety_test_1


2.ทดสอบการไหม้ไฟ

ทดสอบเพื่อแสดงว่าถัง NGV เมื่อถูกไฟไหม้ วาล์วหัวถังก็จะระบายความดันออกมาโดยถังไม่แตก หรือระเบิด

safety_test_2

3. ทดสอบการยิง

ทดสอบเพื่อแสดงว่าถัง NGV เมื่อถูกปืนยิงถังสามารถทะลุและก๊าซพุ่งออกมาได้โดยไม่ระเบิดหรือไฟลุกไหม้

safety_test_3

4.ทดสอบการชน

ทดสอบเพื่อแสดงว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนจนทำให้เกิดแรงเฉื่อยสูงถึง 30 g ถังอาจหลุดจากที่ยึดหรือไม่หลุดก็ตาม แต่ต้องไม่เกิดเพลิงไหม้จนอาจเกิดอันตราย

safety_test_4

การทดสอบในข้อ 1-3 เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 11439 (มาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด) ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ถัง NGV จะต้องผ่านมาตรฐานนี้ โดยกำหนดวิธีการทดสอบถัง NGV ไว้ 27 ข้อ ทั้งนี้ ได้เลือกทำการทดสอบมา 3 หัวข้อ ดังนี้

ก. การทดสอบความดัน ซึ่งว่าด้วยเรื่องของความดันน้ำที่ทำให้ถังแตก (Hydrostatic pressure burst test) การทดสอบกำหนดว่าจะต้องทำการอัดน้ำเข้าไปในถัง NGV เปล่า ความดันของน้ำที่อัดจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ถังแตกออก ความดันที่ทำให้ถังแตกออกจะต้องมากกว่า 450 บาร์ โดยรอยแตกอาจจะเกิดขึ้นตามความยาวของถังหรืออาจเกิดบริเวณที่เป็นโดมของถังก็ได้ การทดสอบนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นว่าถังสามารถทนความดันได้มากกว่าความดันใช้งานปกติมาก

ข. การทดสอบการไหม้ไฟ ซึ่งว่าด้วยการทดสอบการไหม้ไฟของถังก๊าซ NGV (Bonfire Test) การทดสอบกำหนดว่าจะต้องทำการบรรจุก๊าซในถังให้มีความดันเท่ากับความดันใช้งาน วางถังในแนวนอน ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เปลวไฟสามารถไหม้อุปกรณ์หัวถังได้โดยตรง จากนั้นทำการเผาถัง เมื่อถังถูกไฟเผาสักพักอุปกรณ์ที่หัวถังจะต้องแตกออก และระบายก๊าซในถังออกมาจนหมด โดยที่ต้องไม่เกิดความเสียหายกับเนื้อถัง การทดสอบนี้จัดทำขึ้น เพื่อให้แน่ใจในระบบป้องกันความปลอดภัยบริเวณหัวถังว่าจะสามารถระบายก๊าซที่บรรจุในถังได้ก่อนเกิดการระเบิด

ค. การทดสอบการยิงถัง ซึ่งว่าด้วยการทดสอบการแทงทะลุของถัง (Penetration Test) การทดสอบกำหนดว่าจะต้องบรรจุก๊าซให้ได้ความดันใช้งานโดยอาจจะขาดเหลือได้ประมาณ 10 บาร์ (200?10 บาร์) จากนั้นใช้ปืนยิงโดยขนาดกระสุนที่ใช้คือ 7.62 มม. การยิงอาจจะทะลุถังเพียงด้านเดียวหรือทั้ง 2 ด้านก็ได้ แต่เมื่อยิงทะลุแล้วถังจะต้องไม่เกิดการระเบิดหรือแตกออก การทดสอบนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าถึงแม้จะมีอุบัติเหตุทำให้ถังถูกเจาะทะลุ ก็จะไม่เกิดการระเบิดขึ้น

ในส่วนของการทดสอบข้อที่ 4 นั้นจะเป็นการทดสอบการชนของรถที่ติดตั้งถังก๊าซ NGV ด้วยความเร่งประมาณ 30 g ว่าด้วยเรื่องการยึดติดถังกับพาหนะกำหนดไว้ดังนี้

1. ในกรณีที่ยานพาหนะมีมวลรวมน้อยกว่า 3.5 ตัน ถังก๊าซจะต้องติดแน่นกับที่ยึดโดยไม่หลุดภายใต้การชนที่มีความเร่งดังนี้

• 20 g ในกรณีที่วางถังตามความยาวรถทั้งในกรณีที่ชนด้านหน้าและถูกชนจากด้านหลัง
• 8 g ในกรณีที่วางถังตามขวางรถทั้งในกรณีที่ชนด้านหน้าและถูกชนจากด้านหลัง
• 4.5 g ในกรณีที่วางถังตั้งขึ้น

2. ในกรณีที่ยานพาหนะมีมวลรวมตั้งแต่ 3.5 ตัน ถังก๊าซจะต้องติดแน่นกับที่ยึดโดยไม่หลุดภายใต้การชนที่มีความเร่งดังนี้

• 10 g ในกรณีที่วางถังตามความยาวรถทั้งในกรณีที่ชนด้านหน้าและถูกชนจากด้านหลัง
• 5 g ในกรณีที่วางถังตามขวางรถทั้งในกรณีที่ชนด้านหน้าและถูกชนจากด้านหลัง
• 4.5 g ในกรณีที่วางถังตั้งขึ้น

การทดสอบการชนที่จะทำนี้เป็นการจำลองในกรณีที่รถมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 3.5 ตัน ซึ่งจะทำการติดตั้งถังทั้งตามยาว และตามขวาง จะเห็นได้ว่าความเร่งดังกล่าวนี้ (30 g) เป็นความเร่งที่ทำให้ถังอาจจะหลุดออกมาจากที่ยึดได้ แต่เมื่อถังหลุดออกมาแล้วแม้ว่าถังจะตกกระแทกพื้น แต่ก็จะไม่เกิดการระเบิดหรือการลุกติดไฟประการใด การทดสอบนี้ไม่ได้กำหนดไว้ในมาตรฐานการทดสอบ แต่จัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้งาน